การเจ็บป่วยและการตายของคนไทย
“จำนวนการตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่เพราะเรามีโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น
หากเป็นเพราะประชากรไทยมีอายุสูงขึ้น
ประมาณว่าร้อยละ 60
ของคนที่ตายทั้งหมดในแต่ละปีเป็นผู้ที่มีอายุ
65 ปีขึ้นไป”
คนไทยตายราว
4 แสนกว่าคนในแต่ละปี แต่จำนวนตายนี้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในอนาคต อีกราว 10-20 ปีข้างหน้า
อาจจะมีคนไทยตายปีละกว่า 6 แสนคน
(หรือที่อัตราตายประมาณ 10 คน ต่อประชากร 1,000
คน)ซึ่งจะเป็นจำนวนพอๆ กับการเกิด ทำให้ประชากรไทยไม่เพิ่มขึ้น หรืออาจถึงขั้นลดจำนวนลงอายุเฉลี่ยของประชากรไทยที่สูงขึ้นมากในช่วงเวลา
3-4 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ เป็นผลอย่างมากจากการลดลงของการตายในวัยทารกและเด็ก
เมื่อ 40
ปีก่อน เด็กเกิดมา 1,000 คน จะตายไปเสียตั้งแต่อายุยังไม่ครบขวบถึง 80 คน
อัตราตายทารกได้ลดลงเหลือเพียง 13
รายต่อการเกิดมีชีพ 1,000 ราย ในปัจจุบัน การอนามัยแม่และเด็ก
สุขาภิบาล การสร้างภูมิคุ้มกันโรค เช่น การปลูกฝี ฉีดวัคซีน ช่วยทำให้ทารกและเด็กมีอัตรารอดชีพสูงขึ้นอย่างมาก
อัตราตายในวัยอื่นๆ ของประชากรไทยก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน การพัฒนาประเทศด้านต่างๆ
ทั้งด้านการแพทย์ สาธารณสุข สุขาภิบาล
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมทำให้อัตราตายของประชากรไทยลดต่ำลงอย่างมากในทุกกลุ่มอายุสาเหตุการตายของประชากรไทยได้เปลี่ยนไป
จากเดิมมาก ในอดีต คนไทยตายมากเพราะโรคติดเชื้อ ที่แพร่ระบาดไปได้ทั้งทางน้ำ อากาศ
หรือโดยพาหะ นำโรคชนิดต่างๆ ปัจจุบันการตายของประชากรไทย ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินอยู่และ
การใช้ชีวิตของตนเอง สาเหตุการตายที่สำคัญในปัจจุบัน ได้แก่
โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจและหลอดเลือด มะเร็ง เอดส์ โรคหัวใจ ความดันเลือด
รวมทั้งอุบัติเหตุบนถนน
โรคสมัยใหม่หลายอย่างสามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนบุคคล
เช่น พฤติกรรมการกินอาหาร การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา
การขับขี่ยวดยานพาหนะ
เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
คือ มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ
10 และนับวันประชากร
ไทยจะยิ่งมีอายุสูงขึ้น
เราก็พอมองเห็นภาพแนวโน้ม ของภาวะความเจ็บป่วยของประชากรที่น่าจะเกิดขึ้นใน
อนาคต
ผู้สูงอายุย่อมมีโอกาสเจ็บป่วยมากกว่าคนอายุน้อย
ยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยมากขึ้น
โรคของผู้สูงอายุมักจะเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลระยะยาว เช่น โรคเบาหวาน
โรคความจำเสื่อม อัมพฤกษ์
อัมพาต โรคเกี่ยวกับกระดูกและฟัน
โรคเหล่านี้ต้องการการรักษาต่อเนื่อง
โรคของผู้สูงอายุเหล่านี้จะเพิ่มภาระในการดูแลรักษาให้กับสังคมไทยในอนาคต
นอกจากนี้การเจ็บป่วยและการตายของคนไทย
ยังเป็นผลเนื่องมาจากการประกอบอาชีพอีกด้วย โดยในที่นี้จะยกตัวอย่าง
องค์ประกอบที่ทำให้เกิดโรค ดังนี้
1. เหตุของโรค
หรือสิ่งที่ทำให้เกิดโรค หมายถึง
ต้นตอหรือสาเหตุที่สำคัญของการเกิดโรคจากการประกอบอาชีพ
ซึ่งแบ่งเป็นต้นเหตุทางเคมี ทางกายภาพ และทางชีวภาพ
2. คนที่ทำงาน
เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสังคม ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับตัวเหตุของโรค
แล้วตอบสนองต่อโรคนั้น สิ่งที่เกี่ยวข้องกับคนทำงาน
ที่นับว่ามีอิทธิพลต่อการเกิดโรค เช่น กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ อายุ
พื้นฐานสุขภาพก่อนเข้าทำงาน เป็นต้น
3. สภาพการทำงานและสภาพแวดล้อม
เป็นองค์ประกอบที่กระตุ้นให้เกิดโรค ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น
ความสะอาดของสถานที่ส่งผลต่อความรุนแรงของโรค การระบายอากาศของสถานที่ทำงาน
รวมไปถึงลักษณะของงาน เป็นต้น
ซึ่งเราสามารถจัดแบ่งโรคจากการทำงาน
ได้เป็น 6 ประเภท ดงนี้
1. โรคปอดจากการทำงาน
มักเกิดกับผู้ที่ทำงานในบริเวณที่มีฝุ่นผงและมลพิษทางอากาศเป็นเวลานาน เช่น
กรรมกรก่อสร้าง ตำรวจจราจร โรงพิมพ์ เกษตรกรที่สูดดมละอองพืช(เวลาฝัดข้าว) และมอเตอร์ไซด์รับจ้าง
เป็นต้น
2. โรคผิวหนังจากการทำงาน
มักเกิดจากสารเคมีเป็นหลัก เช่น แพ้สารกำจัดแมลงศัตรูพืช แพ้ทินเนอร์ ตะกั่ว ปรอท
รวมทั้งสารหนู เครื่องสำอาง เป็นต้น
3. โรคจากการทำงาที่เกิดจากตัวเหตุทางเคมี เข่น ผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ
เมื่อได้สัมผัสกับสารเคมีต่างๆ มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดโรคได้
ไม่ว่าจะเป็นโรคแพ้พิษเบนซีน แพ้แมงกานีสในโรงงานถ่านไฟฉาย
รวมไปถึงแพ้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น
4. โรคมะเร็งจากการทำงาน
เกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็งมากจนเกินไป ซึ่งส่วนมากสารเหล่านั้นมาจากสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่
เช่น หากได้รับไอระเหยเบนซีนปริมาณมากทุกวัน อาจทำให้เกิดมะเร็งโพรงจมูกได้
หรือการสูดดมมลพิษทางอากาศอาจทำให้เกิดมะเร็งปอด
รวมไปถึงการแพ้สารเคมีบางประเภทหรือทำงานกลางแจ้งมากเกินไปอาจส่งผลต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
เป็นต้น
5. โรคจากการทำงานที่เกิดจากตัวเหตุทางชีวภาพ
มักเกิดกับผู้ที่คลุกคลีอยู่กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น
เกษตรกรอาจติดเชื้อแอนแทรกซ์ ไข้หวัดนก หรือไวรัสอื่นๆ จากการทำปศุสัตว์
สัตวแพทย์อาจติดเชื้อจากการรักษาสัตว์ เป็นต้น
6. โรคจากการทำงานที่เกิดจากตัวเหตุทางกายภาพ
เช่น
กรรมกรแบกหามอาจเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อเรื้อรังจากการแบกหามของหนักตลอดเวลา
เป็นต้น
หมายเหตุ :
ผู้ป่วยโรคเฝ้าระวัง หมายถึง โรคติดต่อหรือกลุ่มอาการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างรุนแรงกว้างกขวาง
แพร่ระบาดในกลุ่มคน หรือชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
[สุขภาพ
- 3.เจ็บป่วย]
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเจ็บป่วยและการตายของคนไทยนั้นส่วนมากเป็นผลมาจากการประกอบอาชีพและอุปนิสัยเป็นหลัก
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถึงแม้ในบางครั้งเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงได้
แต่เราสามารถป้องกันเบื้องต้นได้โดยการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ
หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ และตรวจสุขภาพทุกปี เป็นต้น
บรรณานุกรม
การสร้างเสริมสุขภาพแลการป้องกันโรค.
(ม.ป.ป.). การสร้างเสริมสุขภาพแลการป้องกันโรค. คู่มือครูประสาน
มิตร.
กรุงเทพฯ : ประมานมิตร.
ปราโมทย์ ประสาทกุล และปัทมา
ว่าพัฒนวงศ์. (2555). การเจ็บป่วยและการตาย. สุขภาพคนไทย 2555.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม
มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพฯ : ม.ป.ท.
จำนวนและอัตราผู้ป่วยด้วยโรคเฝ้าระวงปี
พ.ศ. 2546 – 2558. (2558). [ออนไลน์] สืบค้นจาก URL :
http://social.nesdb.go.th/SocialStat/StatReport_Final.aspx?reportid=303&template=1R2C&yeartype=M&subcatid=17. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558.
รายชื่อผู้จัดทำ
นางสาวณัฐชนน เฉลิมชัยชวลิต เลขที่ 4
นางสาวพัชริยา ผาติรงควิวัฒน์ เลขที่ 8
นายณยศ ดีประเสริฐกุล เลขที่ 10
นายประวีณ สิงศักดิ์ศรี เลขที่ 14
นายพงศ์สวัสดิ์ บูรพัฒนศิริ เลขที่ 18
นายพิชิตชัย ไชยบุตร เลขที่ 22
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
5/4
เสนอ
อาจารย์จัตวา อรจุล
สื่อการเรียนการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา
สุขศึกษาและพลศึกษา 4
ภาคเรียนที่
2 ปีการศึกษา 2558
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น